เทคนิคเลือกบานพับประตู ให้เปิด–ปิดลื่น เงียบ และใช้งานได้นาน

เทคนิคเลือกบานพับประตู ให้เปิด–ปิดลื่น เงียบ และใช้งานได้นาน

เคยหงุดหงิดกับเสียงประตูร้องเพลงเอี๊ยดอ๊าดตอนเช้า ๆ บ้างไหม หรือต้องออกแรงโหนแทบทั้งตัว เพื่อเปิดประตูที่ทั้งฝืดทั้งหนักจนเหงื่อตก ซึ่งต้นตอปัญหาหลักที่หลายคนคาดไม่ถึงอย่างบานพับประตูจะทำให้เราต้องออกแรงเยอะขนาดนี้เลยหรอ ซึ่งในความจริงแล้วการเลือกบานพับประตูที่ไม่เหมาะกับน้ำหนัก และรูปแบบการใช้งาน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ประตูตก ปิดไม่สนิท และสร้างปัญหาจุกจิกกวนใจไม่รู้จบ 

บทความนี้เราเลยจะมาแจกเทคนิคดี ๆ ในการเลือกบานพับประตูที่ใช่สำหรับบ้านคุณ เพื่อให้ประตูทุกบานเปิด-ปิดได้เนียนกริบ เงียบสนิท และอยู่กับเราไปนาน ๆ

ทำไมบานพับประตู ถึงสำคัญกว่าที่คิด

ทำไมบานพับประตูถึงสำคัญ

ก่อนจะไปดูว่ามีบานพับแบบไหนให้เลือกบ้าง มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ถึงสำคัญนัก ดังนี้

บานพับคือหัวใจของการเปิด–ปิดประตู

ลองนึกภาพตามง่าย ๆ บานพับก็เหมือนข้อต่อในร่างกายของเรา ที่เป็นทั้งจุดหมุนและต้องแบกรับน้ำหนักของประตูทั้งบาน ถ้าหากเลือกบานพับที่บอบบางเกินไป ไม่นานประตูจะเริ่มตก หรือเอียง จนเปิด-ปิดลำบาก แถมยังอาจขูดพื้นบ้านสวย ๆ เป็นรอยได้อีกด้วย

บานพับที่ดีช่วยยืดอายุประตู

การเลือกบานพับประตู ที่มีคุณภาพเหมือนกับการมีผู้ช่วยดี ๆ ที่คอยลดแรงเสียดทานเวลาเปิด-ปิด ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยถนอมประตูและวงกบไม่ให้พังก่อนระยะเวลาการใช้งาน แต่ยังทำให้การเปิด-ปิดประตูในแต่ละครั้งมีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ช่วยให้บรรยากาศในบ้านนั้นมีความเงียบสงบ แถมยังน่าอยู่ขึ้นเยอะ

ประเภทของบานพับที่นิยมใช้

ปัจจุบันในท้องตลาดมีบานพับประตูให้เลือกเยอะมาก แต่ละแบบก็มีหน้าที่และแตกต่างกันไป โดยประเภทของบานพับที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีดังนี้

1. บานพับผีเสื้อ (Butterfly Hinge)

บานพับผีเสื้อ

เป็นบานพับแบบเบสิกที่สุด ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ  โดยรูปทรงของบานพับแบบนี้จะคล้ายกับผีเสื้อโดยเฉพาะตอนกางออก ซึ่งบานพับผีเสื้อจะเหมาะกับประตูห้องทั่วไป ประตูไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ข้อดีคือติดตั้งง่าย แถม ราคาบานพับประตู ก็สบายกระเป๋า แต่มีข้อจำกัดคือ ไม่เหมาะกับประตูที่หนักมาก ๆ

2. บานพับข้อเสือ (Pivot Hinge)

บานพับข้อเสือ

สำหรับประตูสายสตรอง ที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ หรือประตูบานใหญ่ยักษ์ บานพับชนิดนี้จะติดตั้งที่ขอบบนและล่างของประตูเพื่อรับน้ำหนักในแนวดิ่ง ทำให้ประตูหมุนเปิดได้กว้างถึง 180 องศา จึงเหมาะมากกับประตูกระจกบานเปลือย หรือประตูดีไซน์เท่ ๆ

3. บานพับสปริง (Spring Hinge)

บานพับสปริง

บานพับสปริง เป็นบานพับที่มีระบบปิดประตูในตัว เพราะมีสปริงอยู่ข้างในคอยดึงให้ประตูปิดกลับเองอัตโนมัติ เหมาะกับประตูที่อยากให้ปิดอยู่ตลอดเวลา เช่น ประตูห้องน้ำสาธารณะ ประตูครัว หรือประตูทางออกหลังบ้าน ทริคสำคัญคือต้องเลือกแรงดึงของสปริงให้พอดีกับน้ำหนักประตู

4. บานพับสวิง (Swing Hinge / Double Action Hinge)

บานพับสวิง

หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า บานพับประตูคาวบอย เพราะสามารถผลักประตูให้เปิดได้ทั้งสองทาง (เข้าและออก) และมีสปริงคอยดึงประตูกลับมาที่ตำแหน่งตรงกลางเสมอ เรามักจะเห็นบานพับแบบนี้ในร้านอาหาร คาเฟ่ หรือพื้นที่ที่คนเดินผ่านบ่อย ๆ

เทคนิคเลือกบานพับให้เปิด–ปิดลื่น เงียบ และใช้งานได้นาน

รู้จักประเภทบานพับกันแล้ว ก็มาถึงเคล็ดลับการเลือกให้เหมาะกับบ้านเราที่สุด ซึ่งมีหลักการง่าย ๆ ตามนี้

1. เลือกตามน้ำหนักและขนาดของประตู

ประตูไม้จริงบานใหญ่ ๆ ควรใช้ บานพับประตู ขนาด 4–5 นิ้ว เพื่อให้รับน้ำหนักไหว ส่วนประตูห้องทั่วไปที่เบาหน่อย ขนาด 3–3.5 นิ้วก็เพียงพอ และถ้าประตูทั้งสูงทั้งหนัก ควรติดบานพับ 3 ตัว (บน-กลาง-ล่าง) ไปเลย เพื่อช่วยกันรับน้ำหนัก ป้องกันประตูตกในระยะยาว

2. เลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม

วัสดุมีผลต่อความทนทานอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับสภาพอากาศที่ต่างกัน

  • ห้องน้ำหรือนอกบ้าน พื้นที่ชื้น ๆ แบบนี้ต้องยกให้ บานพับประตูสแตนเลสแท้เท่านั้น เพราะทนความชื้น ใช้งานได้นาน ไม่เป็นสนิมแน่นอน
  • ห้องทั่วไปในบ้าน สามารถใช้บานพับประตูเหล็ก หรือทองเหลืองได้เลย ซึ่งแข็งแรงและมีดีไซน์สวย ๆ ให้เลือกเข้ากับสไตล์แต่งบ้านได้ง่าย

3. ตรวจสอบระบบหมุน (Bearing หรือ Ball Bearing)

ถ้าอยากให้การเปิด-ปิดประตูสมูท ลองมองหาบานพับที่มีตลับลูกปืน (Ball Bearing) ในแกนหมุนดู เพราะลูกปืนจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้เปิด-ปิดได้ลื่นและเงียบกว่าแบบธรรมดามาก ๆ เหมาะสุด ๆ สำหรับประตูที่ใช้งานบ่อย ๆ

4. ใส่ใจเรื่องเสียงและความนุ่มนวล

ถ้าคุณเป็นคนรักความเงียบสงบ โดยเฉพาะในห้องนอนหรือห้องทำงาน ลองเลือกใช้บานพับแบบ Soft Close ที่จะช่วยชะลอประตูก่อนปิดสนิท ลดเสียงกวนใจได้เป็นอย่างดี และอย่าลืมหยอดน้ำมันหล่อลื่นตามแกนบานพับทุก ๆ 6 เดือน เพื่อรักษาความลื่นของบานพับประตูให้เหมือนใหม่เสมอ

5. ใช้สกรูคุณภาพและติดตั้งให้ได้แนว

ต่อให้บานพับประตูจะดีแค่ไหน แต่ถ้าติดตั้งเบี้ยวก็จบกัน โดยควรเช็กให้แน่ใจว่าแนวของบานพับทุกตัวตรงกัน และขันสกรูให้แน่นพอดี เพื่อให้บานพับทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

อ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติมได้เลยที่: เปลี่ยนประตูธรรมดาให้หรูหรายิ่งขึ้นด้วยบานพับประตูจาก Pan Union 

เคล็ดลับการดูแลบานพับให้ใช้งานได้ยาวนาน

เคล็ดลับการดูแลบานพับให้ใช้งานได้ยาวนาน

การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้บานพับประตูใช้งานได้นานยิ่งขึ้น มาดูเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลบานพับให้อยู่กับเราได้นานกัน ดังนี้

  1. หมั่นทำความสะอาดและหยอดน้ำมัน แนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดฝุ่นออก แล้วหยอดน้ำมันอเนกประสงค์หรือจาระบีตามแกนหมุนทุก 3-6 เดือน
  2. ตรวจเช็กสกรูและแนวประตูเป็นระยะ ถ้าประตูเริ่มฝืด ๆ อาจเป็นเพราะสกรูคลายตัว ลองขันให้แน่นดูก่อน หรือถ้าไม่หายอาจต้องปรับแนวติดตั้งใหม่
  3. เปลี่ยนบานพับเมื่อมีเสียงดังหรือบานตก หากประตูเริ่มส่งเสียงดัง หรือมีปัญหาบานประตูตกจนเปิด-ปิดลำบาก บางทีอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ประตูและวงกบเสียหายไปมากกว่านี้

สรุป: บานพับดี ช่วยให้ประตูเปิดลื่น เงียบ และไม่ต้องซ่อมบ่อย

จะเห็นได้ว่าเรื่องเล็ก ๆ อย่างบานพับประตู ก็สร้างความแตกต่างให้บ้านน่าอยู่ขึ้นได้มากทีเดียว แค่เราใส่ใจเลือกให้เหมาะกับประตูแต่ละบาน ก็เหมือนมีประตูที่รู้ใจ เปิด-ปิดได้ลื่นไหล เงียบสนิท

และสำหรับใครที่กำลังมองหาบานพับประตู คุณภาพดี ๆ พร้อมคำแนะนำที่ไว้ใจได้ ลองแวะมาชมสินค้าและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ตกแต่งบ้านได้ที่ Pan Union เรามีสินค้ามากมายให้คุณเลือกชม นึกถึงอุปกรณ์แต่งบ้านที่สวยงาม จากทั่วทุกมุมโลก ต้องที่ Pan Union เท่านั้น!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบานพับประตู 

หากลูกค้าท่านใดสงสัยเกี่ยวกับบานพับประตู  เรารวบรวมทุกคำตอบมาให้แล้วที่นี่

Q: บานพับประตูทั่วไปควรใช้กี่ตัวต่อบาน?

A: โดยปกติ 3 ตัวกำลังดี (บน-กลาง-ล่าง) โดยเฉพาะประตูไม้หรือประตูที่มีน้ำหนักหน่อย จะช่วยกระจายการรับน้ำหนักได้ดีกว่า ป้องกันประตูตกได้ในระยะยาว

Q: บานพับเหล็กกับสแตนเลส ต่างกันอย่างไร?

A: บานพับเหล็กจะแข็งแรงและราคาถูกกว่า แต่ก็อาจเป็นสนิมได้ถ้าเจอความชื้น ส่วนสแตนเลสจะกันสนิมได้ดี จึงเหมาะกับห้องน้ำหรือนอกบ้าน ที่สำคัญ ยังดูแลง่ายกว่าด้วย

Q: เสียงประตูเอี๊ยด ๆ เกิดจากอะไร?

A: ส่วนใหญ่เกิดจากแกนบานพับมันแห้ง ขาดน้ำมันหล่อลื่น หรืออาจจะติดตั้งไม่ได้แนว ทำให้รับน้ำหนักไม่เท่ากัน วิธีแก้เบื้องต้นแนะนำให้หยอดน้ำมันหล่อลื่นดูก่อน หากยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยปรับแนวให้

Q: บานพับ Soft Close ใช้ได้กับประตูทุกแบบไหม?

A: ใช้ได้กับประตูไม้และประตูทั่วไป แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือต้องเลือกขนาดและแรงหน่วงของระบบให้เหมาะกับน้ำหนักประตู เพราะถ้าประตูหนักเกินไป ระบบอาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่

Q: ควรเปลี่ยนบานพับบ่อยแค่ไหน?

A: ถ้าเราเลือกใช้ของดีและดูแลสม่ำเสมอ ก็ใช้งานได้ยาวๆ 5-10 ปีเลย แต่ถ้าเริ่มมีเสียงดังแปลก ๆ บานพับดูเบี้ยว ๆ หรือประตูตกจนเปิดลำบาก ก็เป็นสัญญาณว่าถึงจะต้องเปลี่ยนบานพับแล้ว

Share this post

Start typing and press Enter to search

Shopping Cart

ไม่มีสินค้าในตะกร้า

Line
Messenger
Instagram
โทรหาเรา
พูดคุยกับเรา