ติด Door Stopper จุดไหนดี? เคล็ดลับเลือกตำแหน่งติดตั้งให้ได้ผลสุด
เสียงประตูปิดดังปัง! จนวงกบสั่นสะเทือน หรือบางครั้งรอยบุ๋มเล็กๆ ที่ผนังตรงตำแหน่งลูกบิดพอดี เชื่อว่าหลายบ้านต้องเคยเจอปัญหานี้กันแน่ ๆ ซึ่งบางทีเรื่องเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ก็ทำให้ผนังบ้านสวย ๆ ของเราเป็นรอยได้ ที่สำคัญ ยังทำให้ประตูเสื่อมสภาพในระยะยาวอีกด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะปัญหานี้แก้ได้ง่ายนิดเดียวด้วยฮีโร่ชิ้นจิ๋วที่ชื่อว่า Door Stopper หรือที่กันชนประตูนั่นเอง
บทความนี้ Pan Union จะมาแชร์เคล็ดลับและวิธีติดตั้ง Door Stopper แบบเข้าใจง่าย ให้คุณสามารถเลือกตำแหน่งติดตั้งที่ดีที่สุดด้วยตัวเองได้ พร้อมสรุป Q&A คำถามที่พบบ่อยที่ห้ามพลาด หากพร้อมแล้วก็ไปอ่านบทความนี้กันเลย
ทำไมต้องติด Door Stopper?

อาจจะดูเป็นแค่อุปกรณ์เสริมชิ้นเล็กๆ แต่ว่าประโยชน์ของ Door Stopper นั้นช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ และมีข้อดีที่หลายคนคาดไม่ถึง ดังนี้
1. ป้องกันประตูชนผนังและเฟอร์นิเจอร์
การติดตั้ง Door Stopper จะช่วยหยุดบานประตูไว้ก่อนที่จะเกิดการปะทะ ไม่ว่าจะเป็นผนังปูน ผนังยิปซัม หรือเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ก็จะปลอดภัยจากรอยขีดข่วน รอยบุบ หรือสีกะเทาะ ทำให้บ้านของคุณคงความสวยงามเหมือนใหม่ได้ยาวนานขึ้น
2. ยืดอายุการใช้งานของบานพับและบานประตู
ทุกครั้งที่ประตูถูกเปิดอย่างแรงจนกระแทกสุด การสั่นสะเทือนและแรงกระแทกนั้นไม่ได้ส่งผลแค่ผนังหรือบานประตูเท่านั้น แต่ยังส่งแรงย้อนกลับมาที่บานพับและโครงสร้างของวงกบประตูด้วย ยิ่งถ้าในระยะยาว เกิดแรงกระทำซ้ำ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ก็อาจทำให้บานพับคลายตัว สกรูหลวม หรือแม้กระทั่งทำให้บานประตูตกหรือปิดไม่สนิทได้ การมี Door Stopper คอยซับแรงกระแทก จะช่วยลดภาระของบานพับ ทำให้ประตูทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไปอีกนาน
3. เพิ่มความปลอดภัยและความเรียบร้อยในบ้าน
สำหรับบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง การมีกันกระแทกประตู จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการที่ประตูสะบัดปิดอย่างรวดเร็วเมื่อมีลมแรง นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงดังที่อาจรบกวนสมาธิ หรือการนอนหลับของสมาชิกในบ้าน ช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านนั้นเงียบสงบ แถมยังไม่ต้องคอยกังวลว่าของที่วางอยู่หลังประตูจะเสียหายจากการถูกกระแทกอีกต่อไป
ประเภทของ Door Stopper ที่นิยมใช้
ก่อนจะไปเลือกตำแหน่งติดกันชนประตูตรงไหนดีนั้น เรามาทำความรู้จักกับประเภทของ Door Stopper ที่ได้รับความนิยมกันก่อนดีกว่าว่า ปัจจุบันแบ่งออกเป็นกี่ประเภทบ้าง แล้วแต่ละแบบมีข้อดี และข้อควรรระวังในการใช้งานอย่างไร
1. แบบติดพื้น (Floor Stopper)

เป็นแบบที่เราคุ้นตากัน โดยที่กันประตูแบบติดพื้นนั้นจะมีลักษณะเป็นปุ่มหรือโดมโลหะที่ยึดติดกับพื้นโดยตรง
- ข้อดีคือ แข็งแรงทนทานสุด ๆ เหมาะกับประตูที่ใช้งานบ่อย หรือประตูที่ต้องรับลมแรง ๆ
- ข้อควรรู้ ต้องเลือกตำแหน่งติดตั้งให้ดี ๆ เพราะอาจจะเดินสะดุดได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ
2. แบบติดผนัง (Wall Stopper)

จะมีลักษณะเป็นก้านหรือปุ่มที่ยื่นออกมาจากผนังหรือขอบบัวเชิงผนัง เพื่อรอรับแรงกระแทกจากลูกบิดประตู
- ข้อดีคือ ติดตั้งง่าย ไม่เกะกะพื้น ทำให้กวาดบ้านถูบ้านได้สะดวก เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่แคบ
- ข้อควรรู้ เหมาะกับแรงกระแทกเบา ๆ ถ้าเป็นประตูที่หนักมาก อาจจะต้องเช็กความแข็งแรงของผนังก่อนติดตั้ง
3. แบบแม่เหล็ก (Magnetic Stopper)

เป็นที่กันประตูที่มีการรวมร่างฟังก์ชันกันชนกับตัวล็อกประตูไว้ในอันเดียว ตัวหนึ่งจะติดที่ประตู อีกตัวจะติดที่พื้นหรือผนัง
- ข้อดีคือ พอเปิดประตูไปจนสุด แม่เหล็กก็จะงับล็อกประตูให้เปิดค้างไว้ได้เลย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเวลาอยากเปิดประตูทิ้งไว้ เพื่อระบายอากาศหรือขนของ ที่สำคัญยังดีไซน์สวยทันสมัย เข้ากับบ้านยุคใหม่สุด ๆ
- ข้อควรรู้ ต้องติดตั้งให้แม่เหล็กทั้งสองชิ้นประกบกันได้พอดีและควรเช็ดทำความสะอาดบ้าง เพื่อให้แม่เหล็กดูดติดกันได้ดีเหมือนเดิม
ติด Door Stopper จุดไหนดี? แจกหลักการเลือกตำแหน่งติดตั้งที่ควรรู้
มาดูหลักการง่าย ๆ ในการติดตั้ง Door Stopper 4 ข้อนี้จาก Pan Union รับรองว่าได้ตำแหน่งการติดตั้งที่ถูกใจแน่นอน
1. วิเคราะห์ทิศทางการเปิดประตู
อันดับแรก ให้ดูว่าประตูนั้นจะเปิดเข้าห้อง หรือออกนอกห้อง เพราะตำแหน่งของ Door Stopper จะต้องอยู่ด้านที่บานประตูเคลื่อนที่ไปจนสุดเสมอ เช่น หากประตูเปิดเข้าห้อง กันชนประตูก็ควรติดตั้งอยู่บนพื้นหรือผนังด้านในห้องนั่นเอง
2. ตรวจดูสิ่งที่อยู่ในแนวการเปิด
ลองเปิดประตูให้กว้างที่สุด แล้วสังเกตว่ามีอะไรอยู่ในแนวรัศมีการเปิดบ้าง หากมีเฟอร์นิเจอร์ เช่น ตู้ โต๊ะ หรือชั้นวางของ ควรติดตั้ง Door Stopper ในตำแหน่งก่อนที่ประตูจะกระทบกับสิ่งของเหล่านั้นเล็กน้อย เพื่อเป็นการปกป้องทั้งประตูและเฟอร์นิเจอร์ไปพร้อมกัน แต่ถ้าด้านหลังเป็นผนังโล่ง ๆ ก็สามารถเลือกใช้แบบติดผนังให้ตรงกับตำแหน่งที่ลูกบิดประตูจะสัมผัสผนังได้เลย
3. วัดระยะห่างที่เหมาะสมก่อนติดตั้ง
ระยะห่างที่ดีที่สุดจากขอบประตู (ด้านที่ไกลจากบานพับที่สุด) จนถึงจุดติดตั้ง Stopper ควรอยู่ที่ประมาณ 5-10 เซนติเมตรเข้ามาด้านใน ทั้งนี้เพื่อกระจายแรงกระแทกได้ดีและป้องกันไม่ให้ขอบประตูเสียหาย ก่อนจะลงมือเจาะจริง ควรนำ Stopper ไปวางทาบแล้วลองเปิดประตูดูหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นมุมเปิดที่ต้องการและไม่ติดขัดอะไร
4. ใช้วัสดุยึดที่เหมาะกับพื้นผิว
วิธีติดตั้ง Door Stopper ให้แข็งแรงทนทานนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกใช้วัสดุยึดที่ถูกต้องกับพื้นผิวแต่ละประเภท
- หากเป็นพื้นไม้ สามารถใช้สกรูเกลียวปล่อยสำหรับไม้ยึดได้โดยตรง
- หากพื้นกระเบื้องหรือคอนกรีต จำเป็นต้องใช้สว่านเจาะนำ แล้วใส่พุกพลาสติกเข้าไปก่อน จากนั้นจึงใช้สกรูขันยึด จะทำให้แน่นหนาและไม่แตกร้าว
- หากเป็นผนังยิปซัม ควรใช้พุกสำหรับยิปซัมโดยเฉพาะ (พุกปีกผีเสื้อ) เพื่อให้มีการกระจายน้ำหนักที่ดีและยึดเกาะได้อย่างมั่นคง
เคล็ดลับการติดตั้ง Door Stopper ให้ได้ผลที่สุด

เพื่อให้การติดตั้ง Door Stopper ออกมาสมบูรณ์แบบ และสามารถใช้งานได้นาน Pan Union ขอแนะนำเคล็ดลับดี ๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในการติดตั้งเพิ่มเติม
1. ทดสอบตำแหน่งด้วยเทปกาวก่อนเจาะจริง
ก่อนจะลงมือเจาะพื้นหรือผนังซึ่งเป็นการสร้างรอยถาวร ลองใช้เทปกาวสองหน้าติด Door Stopper ในตำแหน่งที่ต้องการดูก่อน แล้วทดลองเปิด-ปิดประตูหลาย ๆ ครั้ง เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่ามุมเปิดกว้างเพียงพอ ไม่ชนกับวัตถุอื่น และเป็นตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งานจริง เมื่อมั่นใจแล้วจึงค่อยลงมือเจาะยึดจริง
2. เลือก Door Stopper ให้เข้ากับสไตล์ประตู
Door Stopper ไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านได้อีกด้วย ลองเลือกดีไซน์และวัสดุให้เข้ากับประตูและของตกแต่งอื่น ๆ ในห้อง ก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน โดยขอแนะนำทริคในการเลือกให้เข้ากับสไตล์ประตูดังนี้
- บานประตูไม้ ลองเลือก Door Stopper ที่มีโทนสีทองแดง บรอนซ์ หรือดำด้าน จะช่วยขับให้ดูหรูหราและคลาสสิก
- บานประตูกระจกหรือประตูสีขาว แบบแม่เหล็กสีเงินหรือสีดำด้านจะดูเรียบง่ายและทันสมัย เข้ากันได้ดี
อ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติม: Soft Gold & Black Matte เทรนด์สีมาแรงที่ครองใจนักออกแบบปีนี้
3. ดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพดี
แม้จะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก แต่การตรวจสอบเป็นครั้งคราวก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ หมั่นเช็กว่ายางรองกันกระแทกยังอยู่ในสภาพดี ไม่แข็งหรือเปื่อยยุ่ย หากเป็นแบบแม่เหล็ก ควรเช็ดทำความสะอาดผิวสัมผัส เพื่อกำจัดฝุ่นที่อาจลดทอนแรงดูดได้
เลือกจุดติดตั้งกันชนประตู ให้เหมาะกับบ้านใช้งานง่าย ไม่มีเสียงกระแทก
การติดตั้ง Door Stopper ไม่ได้มีตำแหน่งตายตัว แต่สิ่งที่ไม่อยากให้มองข้ามเลยนั่นก็คือการพิจารณาตามลักษณะของประตู พื้นที่ และสิ่งกีดขวางในห้องนั้น ๆ ซึ่งการเลือกประเภทของกันกระแทกประตูให้เหมาะสม และใส่ใจกับตำแหน่งติดตั้งที่ผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างดี จะช่วยให้บ้านของคุณเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของประตูและผนังให้สวยงามไปอีกนาน
สำหรับใครที่กำลังมองหา Door Stopper คุณภาพดี ดีไซน์สวยงาม และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะมือจับประตู มือจับเฟอร์นิเจอร์ และอีกมากมาย สามารถเยี่ยมชมแคตตาล็อกของ Pan Union หรือปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณได้สินค้าสำหรับการแต่งบ้าน Luxury ที่ถูกใจ แบบครบจบในที่เดียว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- Line: @panunion
- Facebook: Pan Union มือจับประตู มือจับเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ฟิตติ้ง
- Tel. 02-911-5600-4
ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Door Stopper
หากลูกค้าท่านใดสงสัยเกี่ยวกับ Door Stopper ที่ Pan Union รวบรวมทุกคำตอบมาให้แล้วที่นี่
Q: Door Stopper คืออะไร และจำเป็นไหม?
A: เป็นกันชนประตูที่ช่วยป้องกันการชนผนังและลดแรงกระแทก แนะนำให้ติดทุกบานที่เปิดถึงผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ เพื่อลดแรงกระแทก ป้องกันรอยขีดข่วน และยืดอายุการใช้งานของประตูและบานพับ
Q: ติดกันกระแทกประตูจุดไหนดีในบ้าน?
A: ควรติดในด้านที่บานประตูเปิดไปจนสุด โดยวางไว้บนพื้นหรือผนังในตำแหน่งที่เหมาะสม หากประตูเปิดเข้าห้อง ควรติด Door Stopper ไว้ด้านในห้อง และหากเปิดออกนอกห้อง ก็ควรติดไว้นอกห้อง
Q: กันชนประตูแบบไหนดีที่สุด?
A: ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน
- ถ้าเน้นความแข็งแรงทนทานสำหรับประตูที่เปิดบ่อย ให้เลือกแบบติดพื้น
- ถ้าต้องการติดตั้งง่ายและไม่กีดขวางพื้น ให้เลือกแบบติดผนัง
- ถ้าต้องการฟังก์ชันล็อกประตูให้เปิดค้างได้ด้วย ให้เลือกแบบแม่เหล็ก
Q: ติดตั้งกันชนประตูเองได้ไหม?
A: สามารถติดตั้งเองได้ไม่ยาก โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะใช้สกรูในการยึดติด หรือบางรุ่นอาจใช้กาวสองหน้า (เหมาะกับพื้นผิวเรียบและประตูน้ำหนักเบา) ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการวัดระยะ และทดลองตำแหน่งให้แม่นยำก่อนที่จะเจาะยึดจริง
